มนตราแห่งพนา
ภัทรวดี ธารภู
Luk Krung
About
บทเพลงลูกกรุงร่วมสมัยที่ถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติผ่านการเรียบเรียงดนตรีแบบวงออร์เคสตราขนาดเล็ก โดดเด่นด้วยเสียงร้องที่นุ่มนวลและการสอดประสานของเครื่องสายที่หรูหรา พร้อมการใช้คอร์ดแบบแจ๊สที่สร้างบรรยากาศแห่งความถวิลหาอย่างลึกซึ้ง
Lyrics
สายลมพลิวผัดผ่า กลิ่นมวลผักกาหอมและหมุนแสงทองทาบถ่ายอุ่น บทยอดยาอีออนไว้มองไปสุดสายตา ท้องน้ำผ้าฉันกว้างไกลเมฆขาวลอยลองเคลื่อนไป ในห่วงแห่งความฝันงดเงิน ธรรมชาติฉันร้ายมนต์ ปันดาลลนห้อยใจไว้วัน ซับซึ้งผู้พันธ์ พระทรึงในจิตใจไม่จ้างอย่างภาพผู้พันธ์ พระทรึงในจิตใจไม่จ้างภาพวาดวิจิเผิน มันจงสร้างอย่างบางเหล่าและกระจากความงามที่นำทาง ให้ใจในผักพิงยามเงาใจ ประแสทานเร่นไหล ผ่านโกรธหินที่เรียงรายเสียงน้ำรายรำทักทาย ปลอบประโลกใจให้เพลินเพลินหูวนฤกษาพันธุ์รุมประสาน เป็นทางดำนำให้ที่เผชิญความลมเด่นชื่นบานอุรา หากชีวิตคือการเดินทางแสงยาวไกล เกินเจอใครเกินเจอใครขวาขอเพียงทักสายตา มองความทรึงตรงหน้าให้ชื่นบ้าง ใจให้ปล่อยใจให้ล้องลอย ไปกับความเมียบกันที่แสนยิ่งใหญ่ โลกใบนี้ที่ฉันรักหมดใจ คือความงดงามที่ไม่มีวันโรยรา โลกใบนี้ที่ฉันรักหมดใจให้ล้องลอย ไปกับความเมียบกันที่ไม่มีวันโรยรา ไปกับความเมียบกันที่ไม่มีวันโรยรา โลกใบนี้ที่ฉันรักหมดใจให้ล้องลอย ไปกับความเมียบกันที่ไม่มีวันโรยรา โลกใบนี้ที่ฉันรักหมดใจให้ล้องลอย ไปกับความเมียบกันที่ไม่มีวันโรยรา โลกใบนี้ที่ฉันรักหมดใจให้ล้องลอย ไปกับความเมียบกันที่ไม่มีวันโรยรา โลกใบนี้ที่ฉันรักหมดใจให้ล้องลอย ไปกับความเมียบกันที่ไม่มีวันโรยรา โลกใบนี้ที่ฉันรักหมดใจให้ล้องลอย ไปกับความเมียบกันที่ไม่มีวันโรยรา โลกใบนี้ที่ฉันรักหมดใจให้ล้องลอย
มนตราแห่งพนา
ภัทรวดี ธารภู
Preview