ลมพัดกลิ่นฟางโหยบ้านเก่า
มนต์เมืองเพชร พรหมมา
Luk Thung
About
บทเพลงลูกทุ่งร่วมสมัยที่ผสมผสานเสียงพิณและแคนเข้ากับจังหวะกลองชุดและกีตาร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยการเอื้อนลูกคอแบบต้นฉบับที่ถ่ายทอดความโหยหาบ้านเกิดของคนไกลถิ่นได้อย่างซาบซึ้ง
Lyrics
ลมพัดชายทุ่ง กลิ่นฟางลอยมาแตะจมูกใจคนไกลบ้าน เหมือนถูกกระตุกให้โหยหาดาวบนฟ้าไกล ยังส่องประกายเหมือนวันนั้นแต่คนในฝัน ป่านนี้จะเป็นอย่างไร
กี่ปีแล้วหนอ ที่จากเรือนชานบ้านนาทิ้งรอยไถคราด ทิ้งหยาดเหงื่อไว้ในดินดำจำต้องจากลา เข้าเมืองหลวงเสาะหาค่าคำหวังส่งเงินกลับมาทำ ให้พ่อแม่ได้สุขสบายแสงไฟในเมือง มันช่างสว่างจนน่ากลัวหันมองตัวเรา มีเพียงเงาที่เหงาใจก้มหน้าทำงาน ไม่เคยเกี่ยงงอนงานใดแต่ในหัวใจ มันคิดถึงทุ่งนาเหลือเกิน
มองปฏิทิน ขีดฆ่าวันคืนที่ผ่านพ้นเหนื่อยจนใจสั่น ก็ยังต้องทนเพื่อวันข้างหน้าฝากลมบอกดิน ว่าลูกคนนี้ยังไม่ลืมนายังจำสัญญา ที่ให้ไว้ก่อนจากเรือนมา
โอ้... ทุ่งรวงทองที่รัก ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้างรวงข้าวสีเหลือง หรือยังวางเรียงรายรอวันเกี่ยวคนไกลคนนี้ นั่งเหงาอยู่คนเดียวคิดถึงรอยยิ้ม ที่เคยเกี่ยวข้าวเคียงคู่กันเมืองหลวงกว้างใหญ่ แต่ไม่มีที่ให้พักใจมีเพียงภาพจำของบ้านนา ที่ยังตอกย้ำทุกคืนวันอีกไม่นานหรอกหนา จะหอบความฝันกลับไปคืนถิ่นฐานไปซบกอดดินที่เคยให้ทาน ให้ลมพัดผ่านใจที่อ่อนล้า
เสียงรถราวิ่ง วุ่นวายจนใจปวดร้าวต่างจากเสียงนกเขา ที่เคยปลุกยามเช้าตรู่ชีวิตคนเมือง แข่งกันจนแทบไม่รู้ว่าความสุขแท้จริงนั้นอยู่ ที่ตรงไหนกันบางวันท้อแท้ จนอยากจะยอมแพ้กลับหลังแต่พอนึกถึงหน้าพ่อแม่ ที่ตั้งตาคอยลูกหลานก็ต้องกัดฟัน ก้าวเดินต่อไปอีกนานเก็บเอาความเหงา วางไว้ที่ข้างทาง
โอ้... ทุ่งรวงทองที่รัก ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้างรวงข้าวสีเหลือง หรือยังวางเรียงรายรอวันเกี่ยวคนไกลคนนี้ นั่งเหงาอยู่คนเดียวคิดถึงรอยยิ้ม ที่เคยเกี่ยวข้าวเคียงคู่กันเมืองหลวงกว้างใหญ่ แต่ไม่มีที่ให้พักใจมีเพียงภาพจำของบ้านนา ที่ยังตอกย้ำทุกคืนวันอีกไม่นานหรอกหนา จะหอบความฝันกลับไปคืนถิ่นฐานไปซบกอดดินที่เคยให้ทาน ให้ลมพัดผ่านใจที่อ่อนล้า
รอวันนั้น... วันที่ลูกจะหวนคืนรังกลับไปหาดินที่เคยปลูกฝัง ความหวังเอาไว้บ้านนาที่รัก... ลูกจะกลับไปไปเติมไฟให้ใจ... ในอ้อมกอดของบ้านเรา
ลมพัดกลิ่นฟางโหยบ้านเก่า
มนต์เมืองเพชร พรหมมา
Preview