รอยเท้าบนคันนาที่เลือนหาย
มนต์เมืองแคน แดนอีสาน
Luk Thung
About
บทเพลงลูกทุ่งร่วมสมัยที่ผสมผสานเสียงแคนและพิณเข้ากับจังหวะกลองชุดแบบสมัยใหม่ ถ่ายทอดความรู้สึกโหยหาบ้านเกิดผ่านการร้องที่มีลูกเอื้อนสะอื้นตามแบบฉบับลูกทุ่งแท้
Lyrics
โอ้ละหนอ... ความหลังยังฝังใจจากบ้านนาไกล มาสู้ชีวิตในเมืองหลวงแสงสีลวงตา แต่ใจข้ายังคงโหยหา
ทิ้งคันไถไว้ตามทางที่จากมาทิ้งท้องนาที่เคยหว่านด้วยเหงื่อไคลจากอ้อมกอดแม่ที่เคยปลอบประโลมใจมาเผชิญโชคชะตาที่แสนไกล ในเมืองกว้างใหญ่ที่ไร้เงาค่าเช่าห้องแพงลิ่ว เงินที่เหลือก็ร่อยหรอมองดูเข็มนาฬิกา เดินช้าเหมือนคนท้อคิดถึงรวงข้าวสีทองที่เคยรอ วันเก็บเกี่ยว
ข้าวแกงถุงเดิมที่กินประทังหิวน้ำตาไหลรินเมื่อลมพัดพริ้วมาแผ่วเบานึกถึงเสียงแคน เสียงเพลงที่บ้านเราคนไกลบ้านอย่างเรา... ได้แต่เหงาอยู่ลำพัง
กลับไม่ได้ไปไม่ถึง ใจมันดึงจะขาดรอนเมืองหลวงช่างไร้คำอ้อน ไม่มีใครให้ผ่อนคลายทิ้งความฝันไว้กลางทาง ทิ้งความหวังที่ละลายเหลือเพียงกายที่อ่อนล้า กับน้ำตาที่รินไหลรอวันหวนคืนถิ่นไกล... กลับไปหาแม่ที่รอ
รถราติดขัด เสียงดังจนหูอื้อไม่เหมือนเสียงนกกาที่เคยตื่นมาฟังอยากจะวางภาระที่แบกไว้เพียงลำพังกลับไปเดินบนคันนาที่เคยฝัง... รอยเท้าเดิมความเจริญที่เขามี ข้ากลับไม่มีส่วนร่วมมีเพียงความทุกข์ที่คอยจ่อคอยจวมคนจนอย่างเรามันก็เป็นได้แค่เพียงคนร่วม... ทางผ่าน
กลับไม่ได้ไปไม่ถึง ใจมันดึงจะขาดรอนเมืองหลวงช่างไร้คำอ้อน ไม่มีใครให้ผ่อนคลายทิ้งความฝันไว้กลางทาง ทิ้งความหวังที่ละลายเหลือเพียงกายที่อ่อนล้า กับน้ำตาที่รินไหลรอวันหวนคืนถิ่นไกล... กลับไปหาแม่ที่รอ
แสงไฟเมืองกรุง... วับวาวแต่หนาวเหน็บเก็บกระเป๋าใจ... ไว้รอวันกลับนาแม่จ๋า... ลูกจะกลับไปหา... ในวันที่ฟ้าเป็นใจโอ้ละหนอ... คิดถึงบ้านเหลือเกิน
รอยเท้าบนคันนาที่เลือนหาย
มนต์เมืองแคน แดนอีสาน
Preview